แป๊ะกง

 

คำว่า แป๊ะกง ก็คือ เจ้าที่ ถ้าเป็นคนไทยก็จะเรียกกันว่า (ศาลตายาย) หรือเทพยาผืนดิน ซึ่งเป็นความเชื่อว่าทุกหนทุกแห่งนั้น

จะมีเจ้าที่คุ้มครองและดูแลผืนแผ่นดินนั้นมาอยู่ช้านาน ถึงได้ต้องมีการเซ่นไหว้วิญญาณของผู้ที่ดูแลสถานที่แห่งนั้น

เพื่อความอยู่เย็นเป็นสุข

ซึ่งเป็นแนวคิดและความเชื่อของคนจีนในสมัยโบราณว่า โท่ว ตี่ กง หรือเจ้าที่ ในตอนสมัยที่ท่านแซ่เตีย ซือเม่งเต็ก เกิดเมื่อ 3,000 ปีก่อน

ซึ่งเป็นยุคสมัยของราชวงศ์จิว เตีย เม่ง เต็ก เกิดมาในชนชั้นธรรมดา ค่อนข้างยากจน ต้องเป็นคนใช้ของพวกขุนนาง ที่มีฐานะระดับเศรษฐี

สกุลหนึ่ง แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่งเจ้านายจำต้องไปรับราชการที่เมืองหลวงซึ่งค่อนข้างจะกะทันหัน โดยขุนนางท่านนั้นและภรรยา

ได้เก็บข้าวของบางส่วนไปก่อนและได้เดินทางล่วงหน้าไปก่อน และยกหน้าที่ดูแลบุตรสาวของตนไว้กับคนใช้ผู้ซื่อสัตย์

คือ เตีย เม่ง เต็ก ให้พาบุตรสาวของตนตามไปแต่บังเอิญว่า ในการเดินทางในยุคสมัยนั้น ไม่ค่อยที่จะสะดวกสบายเหมือนดังเช่น

ในยุคสมัยปัจจุบันอย่างเราๆ จึงต้องใช้เวลาเป็นแรมเดือนเลยทีเดียวกว่า เตีย เม่ง เต็ก จะแบกบุตรสาวของขุนนางผู้นั้นขึ้นหลังมา

ด้วยความยากลำบาก โดยมือทั้งสองข้างของ เตีย เม่ง เต็ก ต้องหอบหิ้วข้าวของเป็นจำนวนมาก นั่นก็ซึ่งเป็นที่ลำบากมากพอ

กับการเดินทางของ เตีย เม่ง เต็ก แต่ยังมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้เกิดขึ้นกับเตีย เม่ง เต็ก นั่นก็คือ ระหว่างในการเดินทางนั้น

พวกเขาได้พบหิมะที่อยู่ๆ ก็เกิดตกหนักลงมาทั้งๆ ที่ไม่ใช่ฤดูหนาวแต่อย่างใด แถมเสื้อผ้าที่พวกเค้าได้สวมใส่นั้นก็บางเสียเหลือเกิน

ไม่ได้ช่วยให้ความอบอุ่นกับเค้าแต่เลย ดังนั้น เตีย เม่ง เต็ก ข้าทาสผู้มีความซื่อสัตย์ผู้นี้จึงได้ยอมเสียสละเสื้อผ้าของตนเพื่อใช้กันหนาว

และเพื่อปกป้องบุตรสาวของเจ้านาย และการเสียสละในครั้งนี้ของเตีย เม่ง เต็ก ทำให้ตัวของเค้าเองก็ต้องถึงกับหนาวตาย

ในท่ามกลางหิมะที่ตกหนัก จากนั้นเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดคาดฝันก็บังเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อดวงวิญญาณของ เตีย เม่ง เต็ก ที่ลาร่าง

และลอยขึ้นสู่บนท้องฟ้า ทำให้บนท้องฟ้านั้นเกิดมีตัวหนัง ๘ ตัว ปรากฏขึ้นเป็นคำว่า น่ำ เทียน มึ้ง ไต้ เซียน ฮก เต็ก ซิ้ง

ซึ่งมีความหมายอยู่ว่า ประตูสวรรค์ทางใต้ของเทพยดา ผู้ยิ่งใหญ่ ฮก เต็ก ซึ่งในเวลาต่อมาได้มีคนเดินทางมาพบและได้ช่วยนำตัวบุตรสาว

ของท่านขุนนาง ไปส่งให้ท่านขุนนาง ผู้เป็นบิดา และเมื่อเวลาได้ล่วงเลยผ่านมาจนกระทั้งบุตรสาวของท่านขุนนาง

(ที่ เตีย เม่ง เต็ก ได้ยอมเสียสละชีวิตเพื่อนช่วยปกป้องตอนยังเยาว์) ได้เจริญเติบโตเป็นสาว เธอได้รำลึกถึงบุญคุณของ เตีย เม่ง เต็ก

ผู้ที่ยอมสละชีวิตเพื่อตนเองในครั้งนั้น เธอจึงได้ทำการสร้างศาลเจ้าให้แก่ เตีย เม่ง เต็ก อดีตผู้ที่เคยเป็นคนใช้ผู้ซื่อสัตย์

และได้ยอมเสียสละชีวิตเพื่อตน โดยใช้ชื่อศาลนี้ว่า ฮก เต็ก มีอยู่วันหนึ่ง ฮ่องเต้ ได้ทรงเสด็จประพาสผ่านไปยังศาลเจ้า ฮก เต็ก

และทรงได้เข้าไปสักการะและกราบไหว้ แล้วเกิดทำให้ท่านนั้นประทับใจเป็นอย่างมาก และทรงโปรดเกล้าแต่งตั้งชื่อใหม่ให้แก่

ศาลเจ้า ฮก เต็ก โดยมีนามใหม่ว่า โท่ว ตี่ กง ที่มีความหมายคือ เจ้าพระยาผืนดิน ชาวบ้านที่อยู่ในละแวกนั้นเกิดความศรัทธา

จึงพากันแห่มาทำความเคารพ เพราะชาวบ้านจะต้องเดินทางไปต่างบ้านต่างเมือง เพื่อขอให้ท่านคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย

จึงทำให้เกิดเป็นประเพณีขึ้นมาว่าในบ้านเรือนที่เราพักอยู่อาศัยนั้น หรือ ห้างร้านที่เราทำการค้าขาย จำต้องมีรูปเจ้าที่ ( เจ้าพระยาผืนดิน )

นี้ไว้ในที่อยู่อาศัย หรือที่ทำการค้าขาย เพื่อความเป็นอยู่เย็นเป็นสุข การค้าขายที่เจริญรุ่งเรือง และครอบครัวที่อยู่อย่างสงบสุขสันติ