27-11 2017

บทความ : กบหรือคางคก3ขา

หมวดหมู่: บทความ - โดย

Senghlee888

กบหรือคางคก3ขา

สัตว์เทพที่มีคนนิยมไว้บูชามากที่สุดชนิดหนึ่งไว้เรียกเงิน-ทอง โชคลาภให้เข้าหาตัวเอง บ้าน ร้านค้าขาย กิมเซียมซู กบทอง3ขา หลัง7ดาว

             

กิมเซียมซู (กบทอง3ขา)บางตำนานกล่าวไว้ว่าเป็นสัตว์บนสวรรค์ที่แปลกมหัศจรรย์มาก มีประวัติอันยาวนานมีคนจีนคนไทยนับถือบูชากันเยอะมาก เพราะเชื่อในความศักดิ์สิทธิ แต่ต้องมีวิธีบูชาที่ถูกต้องจึงจะได้ผลที่ดี ประวัติกิมเซียมซู ในอดีตกาลบนสรวงสวรรค์ เจ้าแม่ "เอี่ยวตี๊กิมบ๊อ" ซึ่งเป็นพระชนนีขององค์ " เง็กเซียนฮ่องเต้ "เทพสูงสุดในสวรรค์ ได้เลี้ยงสัตว์ประหลาดไว้ในสระบัวหน้าพระราชวัง สัตว์ตัวนี้เป็นดุจเซียน มีลักษณะคล้ายกบกึ่งคางคกแต่มี 3 ขา มีหางเป็นปลาช่อนอยู่ด้านในมีสีทองอร่ามไปทั้งตัว มีหลัง ขึ้น 7ดาว

             

วันๆหนึ่ง กิมเซียมซู ไม่ทำอะไรจะใช้ความสามารถพิเศษเรียกเงินเรียกทองมาเล่นสนุกในสระบัว เจ้าแม่จึงตั้งชื่อให้ว่า"กิมเซียมซู" อยู่วันหนึ่งกิมเซียมซูได้แอบหนีมาโลกมนุษย์ เจ้าแม่โกรธมากจึงบัญชาให้เซียนมังกรมรกตไปตามตัวกิมเซียมซูได้หนีมาอยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของจีนเป็นหมู่บ้านที่ยากจนแห้งแล้งกันดาร ประชาชนอดอยากมาก แต่มีหนุ่มคนหนึ่งชื่อนาย "เกี้ยมไฮ้ "ซึ่งเป็นคนดีมีความกตัญญูต่อบิดามารดา กิมเซียมซูได้มาอยู่กับนายเกี้ยมไฮ้ได้เรียกเงินเรียกทองมากให้นายเกี้ยมไฮ้จำนวนมากเพื่อนำมาแจกชาวบ้านแลัยีงนับดาลให้ฟ้าฝนตกมีความอุดมสมบูรณ์ทั้งหมู่บ้าน จนทั้งนายเกี้ยมไฮ้และทุกคนในหมู่บ้านร่ำรวยไม่มีใครจนเลย

             

พอเซียนมังกรมรกตมาพบกิมเซียมซูได้เห็นว่ากิมเซียมซูทำความดี จึงนำเรื่องไปรายงานเจ้าแม่เอี๊ยวตี๊กิมขจี เจ้าแม่จึงยินดีมากได้ประธานพรให้กิมเซียมซู้ว่า เมื่อเจ้านั้นอยู่ที่ไหนก็ให้ที่นั้นมีแต่ร่ำรวย อุดมสมบูรณ์ นอกจากนั้นกิมเซียมซูจะเสกเงินเสกทองได้เองแล้วยังทำให้บริเวณที่กิมเซียมซูอยู่นั้นมีแค่ความเจริญ เงินทองไหลมาเทมา ค้าขายดีอยู่ที่ไหนให้ที่นั้นไม่ยากจนไม่ขัดสน ให้ร่ำรวย มีทรัพย์สมบัติเงิน ทองมากมายก่ายกอง ต่อมาผู้คนจึงนิยมบูชากิมเซียมซู้และทุกคนก็มั่งมีเงินทอง ทำมาค้าขายก็ดีทำธุรกิจการงานก็มีแต่ความ

             

บางตำนานก็ยังกล่าวถึง กิมเซียมซู (กบทอง3ขา) ไว้อีก มีเรื่องเล่าอยู่ว่าหนึ่งในศิษย์โปรดของท่านลื่อต่งปิง (เซียนท่านหนึ่งในบรรดาแปดเซียน) ซึ่งเป็นปรมาจารย์สำนักแชเซี้ยไผ่ ชื่อว่า เหล่าไหเซี้ยมท่านเป็นผู้ที่มีวิชาอาคมแก่กล้า ชอบช่วยเหลือชาวบ้านและสามารถปราบอสูรและสยบมารได้

                             

มีอยู่ครั้งหนึ่งท่านเหล่าไหเซี้ยมได้ปราบมารตนหนึ่ง ที่แปลงกายมาจากคางคกสามขา สีทองหลังจากที่คางคกสามขาถูกสยบแล้ว ก็ได้กลับตัวกลับใจ และขอติดตามรับใช้ท่านเหล่าไหเซี้ยมเนื่องจากท่านเหล่าไหเซี้ยม ชอบช่วยเหลือคนยากคนจน ด้วยการแจกเงินแจกทองประจวบกับที่คางคกสามขา มีความสามารถในการคายเงินคายทองออกจากปากได้คางคกสามขาจึงได้ติดตามท่านเหล่าไหเซี้ยม ไปแจกเงินแจกทองและช่วยเหลือผู้คน คางคกสามขานิยมใช้ในหมู่คนค้าขายเพื่อเพิ่มพูนเงินทองให้กับเจ้าของกิจการ ควรจะใช้คางคกสามขาที่เป็นสีทองหรืออาจจะเป็นคางคกสามขาที่ทำจากหยก เพราะหยกถือว่าเป็นสิ่งของที่มีค่าแต่อย่างไรก็ดีหยกก็เทียบค่าของทองไม่ได้ เนื่องจากคางคกสามขาสามารถคายเงินคายทองได้ จึงเหมาะที่จะตั้งไว้ในลิ้นชักเก็บเงิน หรือบนตู้เก็บเงินการเปิดลิ้นชักหรือตู้เก็บเงินแต่ละครั้ง หมายถึงการคายเงินคายทองออกมาทุกครั้งจุดที่ควรระวังคือ อย่าหันหน้าคางคกสามขาออกไปทางหน้าบ้าน หรือ หน้าร้าน เพราะว่าจะทำให้เงินทองรั่วไหล

การปฏิบัติบูชา :

   

ควรปฏิบัติ - จุดธูป เทียนบอกกล่าวพระ – เทพเจ้า – เจ้าที่เจ้าทางในบ้านว่า ขอนำกิมเซียมเข้ามาในบ้านเพื่อนำโชคลาภ เงินทองมาให้กับเรา

     

- แสดงความรักเหมือนเป็นสัตว์เลี้ยงคู่กาย เช่น อาบน้ำ ,ลูบตามลำตัว อก หลังจรดหาง บอกประมาณว่า เราเป็นเจ้าของให้ช่วยหาทรัพย์สินเงินทองมาให้ด้วย

     

- ห้ามยุ่งเกี่ยวใดๆกับปากและลิ้นเป็นอันขาด

ของบูชา :

           

1.ขนมจันอับ ชาวจีนเรียกว่า โหงวเส็กทึ้งแต่เหลียง แปลว่า ขนม 5 สี (แทนเบญจธาตุ)

           

2. ผลไม้มงคล อาทิ ส้ม ชาวจีนเรียกว่า กา หรือ ไต้กิก หมายถึง เป็นมงคลยิ่ง โชคดี,องุ่น ชาวจีนเรียกว่า ผู่ท้อ หมายถึง งอกงาม เจริญ, สัปปะรด ชาวจีนเรียกว่า อั่งไล้ หมายถึง มีโชคมาหา, กล้วย ชาวจีนเรียกว่า เฮียงเจีย หมายถึง มีลูกหลานสืบสกุล   ลูกท้อ ชาวจีนเรียกว่า ท้อ หมายถึง ผลไม้สวรรค์ อายุยืน, ทับทิม ชาวจีนเรียกว่า เสียะลิ้ว หมายถึง ผลไม้สวรรค์ มีความอุดมสมบูรณ์

วิธีการตั้ง :

                     

จะนิยมมากในการตั้งบนโต๊ะทำงานของบ้านที่อยุ่หรือร้านค้าที่ทำกิจการนะครับ ถ้าวางบนโต๊ะทำงานนั้นให้วางในมุมที่ใกล้กับลิ้นชักเก้บเงินซึ่งลิ้นชักเก็บเงินมักจะอยุ่ด้านขวานะครับ และ ให้ตั้งเซียมซู้นั้นหันหน้าเข้าหาเก้าอี้โต๊ะทำงานที่เรานั่งอยุ่ทุกวัน ถือว่าให้ดูดเงินเข้าหาตัวผู้บูชาหรือผู้ที่นั่งโต๊ะทำงานนี้ ซึ่งจะแตกต่างจากการวางของวัตถุมงคลชนิดอื่นครับซึ่งจะนิยมวางหันออกหน้าบ้านเมื่อวางอยุ่บนโต๊ะทำงาน แต่ถ้าใครบอกว่าถ้าที่บ้านไม่มีโต๊ะทำงานล่ะทำไงละ ก็ถ้ามีตู้หรือชั้นวางสูงๆถ้าชั้นที่ว่านี้อยู่หน้าบ้านให้ตั้งแล้วหันหน้าเซียมซู้เข้าบ้านครับ แต่ถ้ามีชั้นหรือตู้ว่างๆที่พอจะตั้งเซียมซู้ได้แต่ดันไปอยู่ด้านหลังบ้านหรือด้านในลึกเข้าไปในบ้านก็ให้ตั้งแล้วหันหน้าออกไปนอกบ้านเลยครับ จะถือมากเฉพาะการวางบนโต๊ะทำงานเท่านั้นที่เหลือก็วางหันออกหน้าบ้านได้เลยครับ